ประชาสัมพันธ์

ไทยลุยThe Global Halal Economy : ชูความเชื่อมั่นมาตรฐานฮาลาลไทยสู่โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ

งาน Grand Halal Bangkok 2026 ภายใต้แนวคิด “Gateway to the Global Halal Economy” ระหว่างวันที่ 15–17 ก.ค. 2569 จากการรับรองโดย คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หรือCICOT  

นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เปิดเผยว่า  งาน Grand Halal Bangkok 2026 นับเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วโลกภายใต้มาตรฐานแห่งความถูกต้อง โปร่งใส และความน่าเชื่อถือในระดับสากลโดยมีกรอบแนวคิด วิถีชีวิตที่บริสุทธิ์ มุ่งส่งเสริมความถูกต้องและยั่งยืน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจทางระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ,ผู้ซื้อจากต่างประเทศ หรือผู้บริโภคทั่วไป โดยอาศัยความเชื่อมั่นมาตรฐานฮาลาลไทยที่มีมานานถึง 77 ปี

 “ประเทศไทย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายพหุวัฒนธรรมและสังคม ซึ่งเป็นความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่หากนำมาตรฐานฮาลาล ที่ถูกต้องมีคุณภาพและน่าเชื่อถือเข้าไปเสริมก็จะสร้างมิติทางเศรษฐกิจที่ไม่ใช่เพียงแค่ อาหารเท่านั้น แต่ฮาลาลคือทุกมิติของการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนเพื่ออนาคตของโลก” สำหรับมาตรฐานฮาลาลไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะมุสลิม แต่ได้รับความน่าเชื่อถือในระดับสากล เพราะประเทศไทยมีองค์กรศาสนาที่ให้การรับรอง อันได้แก่ กรรมการอิสลามประจำจังหวัด กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยที่เป็นผู้รับผิดชอบ และเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ในการใช้และอนุมัติให้ใช้รับรองตราฮาลาลซึ่งเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

ปัจจุบัน มาตรฐานฮาลาลได้ขยายขอบเขต ออกไปไกลกว่าอาหาร ทั้งด้านการบิน เทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล นักวิชาการ และสภานิติศาสตร์อิสลามต่างก็ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้หลักนิติศาสตร์อิสลามให้เข้ากับประเด็นร่วมสมัยซึ่งมีการพัฒที่ก้าวหน้าอย่างมาก เพื่อหาหลักเกณฑ์สำหรับสถานการณ์ใหม่  ๆ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักศาสนาที่ให้การอำนวยความสะดวก ขจัดความยุ่งยากและความลำบาก ในขณะเดียวกันก็ยึดมั่นในหลักการพื้นฐานอย่างแม่นยำ

ตั้งเป้าหมายส่งออกฮาลาลเบอร์1ของโลก
 พล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT)  กล่าวว่าเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าฮาลาลเป็นลำดับที่ 13 ของโลก ปัจจุบัน ไทยอยู่ในลำดับที่ 6 เมื่อปี 2568 มีมูลค่า 3 แสนล้านบาท จากนี้ไปCICOTภายใต้การสนับสนุนจากจุฬาราชมนตรี พร้อมจะพาการส่งออกสินค้าฮาลาลของไทยไปเป็นอับดับที่ 1 ของโลก 

นาย อิฮซาน โอวึต เลขาธิการสถาบันมาตรฐานและมาตรวิทยาของประเทศอิสลาม (SMIIC) สังกัดองค์การความร่วมมืออิสลาม(OIC) กล่าวว่า การพัฒนาระบบนิเวศฮาลาลทั่วโลกให้มีความน่าเชื่อถือจะไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากปราศจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพซึ่งประกอบด้วยความโปร่งใส , การตรวจสอบอย่างรอบด้านทางเทคนิคและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล OIC ได้มอบหมายให้ SMIIC รับผิดชอบในการพัฒนามาตรฐานฮาลาลที่สอดคล้องกัน และมีแนวปฎิบัติทางเทคนิคที่ชัดเจน ดังนั้นSMIICจึงจัดหาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคสำหรับคุณภาพฮาลาลเพื่อสนับสนุนทุกองค์กรระหว่างประเทศในระบบนิเวศฮาลาลให้ดำเนินงานอย่าง ตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันก็พร้อมดำเนินงานทางเทคนิคเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้า ภาคอุตสาหกรรม หรือ แม้แต่ภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และชาวมุสลิม อย่าทำให้มาตรฐานเป็นอุปสรรคการค้า
“มาตรฐานฮาลาลต่างคนต่างทำ แม้จะอยู่บนพื้นฐานการตั้งใจที่ดี แต่ก็ก่อให้เกิดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายเพิ่ม รวมถึงการลดประสิทธิภาพและเป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น การจัดหามาตรฐานเดียวที่สอดคล้องกันทางวิทยาศาสตร์และเป็นที่ยอมรับในระดับสากลจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผ่านมา SMIIC ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆของประเทศไทยด้วยดี” 
สำหรับมาตรฐานที่ กล่าวมานี้ไม่ได้มีเพียงอาหาร แต่หมายถึง เครื่องสำอาง เสื้อผ้า อย่างน้อยแค่กลุ่มที่ต้องสัมผัสกับร่างกายก็นับว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีมาตรฐานเบื้องต้น คือ ความสะอาด ปลอดภัย ซึ่งมาตรฐานฮาลาล จะต้องตรวจสอบย้อนกลับไปทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพื่อให้แน่ใจว่าปราศจากสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนาแล้ว ยังต้องมั่นใจว่าไม่เป็นอันตรายกับร่างกายอีกด้วย  ปัจจุบัน SMIIC  ได้เผยแพร่มาตรฐานมากกว่า 83 ฉบับ ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆรวมถึงอาหาร เครื่องสำอาง ยา การท่องเที่ยว ห่วงโซ่อุปทานฮาลาลและระบบการจัดการฮาลาล เป็นต้น  โดยSMIIC มีสมาชิกมากกว่า50 ประเทศและมีวิสัยทัศน์ที่จะขยายสมาชิกให้กว้างไกลออกไปทั่วโลกเพื่อสร้างความมั่นใจในผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลทั่วโลก ซาอุฯโชว์แพลตฟอร์มพัฒนาคน-องค์ความรู้

นายโมฮัมหมัด ฟาร์ฮาน อัลดาฟิรี (Hon.Eng.)   รองประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ฮาลาล สำนักงานอาหารและยา ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย(SFDA)  กล่าวว่า ปัจจุบันได้เกิดความร่วมมือกันอย่างกว้างขวางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในส่วน ศูนย์ฮาลาลของซาอุดีฯ ได้เปิดตัวสถาบันฮาลาลระดับโลกเพื่อเป็นแพลตฟอร์มระดับนานาชาติในการพัฒนาบุคลากรและเสริมสร้างสถาบันและพัฒนาศักยภาพและถ่ายทอดความรู้และสร้างขีดความสามารถเฉพาะทางที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบฮาลาลในระดับโลก “กรอบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการส่งเสริมวัฒนธรรมและนวัตกรรมในภาคส่วนต่างๆของฮาลาลระดับโลกให้เป็นเครื่องหมายการค้าฮาลาลที่มีข้อมูลอ้างอิงที่เป็นเอกภาพ สะท้อนมาตรฐานสูงสุดของการปฏิบัติตามหลักศาสนาที่มีเรื่องความสะอาดที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและสนับสนุนการเข้าถึงตลาดต่างประเทศผ่านการตอกย้ำหลักการความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ” 

ความร่วมมือดังกล่าวนี้คือกุญแจสำคัญที่จะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมถึงประเทศไทย สามารถเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจฮาลาลของโลกได้แนะหาพันธมิตร-ผู้รู้ก่อนลุยเศรษฐกิจฮาลาล ร้อยโท บรรพต อุชชิน กงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า แม้ตลาดฮาลาลจะมีความน่าสนใจแต่ต้องยอมรับว่า การขาดความรู้และไม่คุ้นชินกับกฎ กติกา นั้นยังเป็นสิ่งที่ยากที่จะเข้าถึงตลาดนี้ ดังนั้น การทำความคุ้นชินในเบื้องต้น หาความรู้ และการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นคนท้องถิ่น หรือ ผู้รู้ ก็จะทำให้โอกาสเข้าถึงตลาดนี้ได้ง่ายขึ้น ประสบความสำเร็จได้ “ไม่ใช่แค่ที่ซาอุฯ แต่ ตลาดมุสลิม 2,000 ล้านคน คือโอกาสของประเทศไทย แต่ต้อง ข้าใจ และหาคู่หูทางธุรกิจที่ดี ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมาก เพราะ ตลาดที่กล่าวถึงนี้ พร้อมต้อนรับสินค้า และการลงทุนใหม่ๆและที่สำคัญเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากด้วย ”