ตระการตาเปิดวันแรก! งาน “ภูษา ธัญญา ราชินี” ชมมรดกผ้าไทย นิทรรศการสุดสร้างสรรค์ ช้อปสินค้าเกษตรคุณภาพดี ณ ลาน พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ส.ค.นี้
เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ท่ามกลางบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่และอบอวลไปด้วยความปลาบปลื้มปิติในงานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ชื่อ “ภูษา ธัญญา ราชินี” ซึ่งจัดโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนชาวไทยให้เป็นที่ประจักษ์ ภายใต้แนวคิดหลัก “สดุดีพระเกียรติคุณเกริกไกร พระแม่แห่งการอนุรักษ์และพัฒนา เพื่อคุณภาพที่ยั่งยืน” ซึ่งบรรยากาศการเปิดงานวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างไม่ขาดสาย


ขอเชิญชวนคนไทยทุกท่านมาร่วมสัมผัสความภาคภูมิใจและเพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลายโซน ดังนี้:
โซนจัดแสดงไฮไลต์พิเศษ: ร่วมชื่นชม โมเดลจำลองรางวัลเกียรติยศระดับโลก 2 รางวัลสำคัญ ที่นานาชาติทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อสดุดีพระอัจฉริยภาพอันเลอค่าของสมเด็จพระพันปีหลวง

1.เหรียญเซเรส (Ceres Medal) ทูลเกล้าฯ ถวายโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 เหรียญทรงกลมนี้มีความหมายที่งดงามยิ่งค่ะ ด้านหนึ่งสลักพระฉายาลักษณ์ และอีกด้านเป็นรูปสตรีชาวนาสวมงอบถือรวงข้าว พร้อมจารึกอักษรว่า “To Give Without Discrimination” หรือ “ให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง” เพื่อสดุดีที่พระองค์ทรงเป็นสตรีผู้ริเริ่มส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรและสตรีในชนบท ทรงผลักดันงานหัตถกรรมเพื่อสร้างรายได้เสริม ทรงดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร ไปจนถึงการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า และผู้ประสบภัยธรรมชาติอย่างเท่าเทียม

2.รางวัลหลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur Award) ถือเป็นรางวัลเกียรติยศขั้นสูงสุดจากคณะกรรมาธิการหม่อนไหมระหว่างประเทศ (ISC) ทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2545 ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเทิดพระเกียรติในพระวิริยะอุตสาหะที่ทรงพลิกฟื้นวิกฤตของเส้นไหมไทย ทรงส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้ราษฎรมีรายได้เลี้ยงครอบครัว และที่สำคัญที่สุด พระองค์ทรงเป็นผู้นำในการสวมใส่และเผยแพร่ความวิจิตรของ “ผ้าไหมไทย” ให้เปล่งประกายและได้รับการยอมรับอย่างสูงสุดในเวทีโลก

โซนจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ: สัมผัสความงดงามตระการตาของมรดกทางวัฒนธรรม
ผ้าไทยอันวิจิตรบรรจงที่ทรงสร้างสรรค์และสืบสานไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน
โซนที่งดงามราวกับภาพฝัน กับการจัดแสดง ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงมีพระราชดำริให้ศึกษาค้นคว้าและออกแบบขึ้น เพื่อเป็นเอกลักษณ์การแต่งกายประจำชาติของสตรีไทย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังขอขึ้นทะเบียนชุดไทยทั้ง 8 แบบ ภายใต้หัวข้อ “ชุดไทย ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ” เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์กรยูเนสโก (UNESCO) โดยแต่ละชุดได้ตั้งชื่อตามพระที่นั่งและพระตำหนักสำคัญ มีความวิจิตรและคลาสสิก ดังนี้
1.ชุดไทยเรือนต้น (Thai Ruean Ton) ตั้งชื่อตามพระตำหนักเรือนต้น เป็นชุดไทยแบบลำลองที่สวมใส่สบายที่สุดค่ะ เสื้อคอกลมตื้น แขนสามส่วน ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม นุ่งคู่กับผ้าซิ่นป้ายลายขวางหรือตามยาว เหมาะสำหรับโอกาสที่ไม่เป็นทางการ
2.ชุดไทยจิตรลดา (Thai Chitralada) ตั้งชื่อตามพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นชุดพิธีการสำหรับช่วงกลางวัน โดดเด่นด้วยเสื้อคอตั้งขอบเล็ก แขนยาวจรดข้อมือ ตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกดอกอย่างประณีตเรียบหรู ดูสง่างามในทุกอิริยาบถ
3.ชุดไทยอมรินทร์ (Thai Amarin) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ ชุดสำหรับงานพิธีช่วงค่ำ รูปแบบคล้ายชุดไทยจิตรลดา แต่เพิ่มความหรูหราอลังการด้วยการใช้ผ้ายกไหมที่มีทองแกม หรือผ้ายกทองทั้งตัว สวยงามตระการตายามต้องแสงไฟ
4.ชุดไทยบรมพิมาน (Thai Boromphiman) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมาน ชุดสำหรับงานพระราชพิธีหรืองานเต็มยศ ตัวเสื้อคอตั้งแขนยาวเย็บติดกับผ้านุ่งจีบเป็นชุดเดียวกัน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกทอง คาดทับด้วยเข็มขัดทอง งดงามตามขนบธรรมเนียมสตรีราชสำนัก
5.ชุดไทยจักรี (Thai Chakri) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ชุดพิธีการกลางคืนที่คนไทยทั่วโลกคุ้นเคย โดดเด่นด้วยการเปิดไหล่หนึ่งด้าน ห่มสไบปักลวดลายวิจิตรทิ้งตัวยาวลงมา คู่กับผ้านุ่งจีบยกทอง เป็นความงามที่สะกดทุกสายตา
6.ชุดไทยศิวาลัย (Thai Siwalai) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ชุดพระราชพิธีที่ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มีความคล้ายคลึงกับชุดไทยบรมพิมาน แต่เพิ่มความอลังการด้วยการห่มผ้าสะพักทับเสื้ออีกชั้นหนึ่ง
7.ชุดไทยดุสิต (Thai Dusit) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ชุดเต็มยศสำหรับงานค่ำคืนที่ต้องการความหรูหราสูงสุด วิจิตรบรรจงด้วยเสื้อคอกว้างไม่มีแขน ปักประดับลวดลายด้วยดิ้นเงิน ดิ้นทอง และลูกปัดอย่างละเอียดอ่อน สวมคู่กับผ้านุ่งจีบยกทอง
8.ชุดไทยจักรพรรดิ (Thai Chakraphat) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน นี่คือชุดไทยเต็มยศที่มี
ความสง่างามขั้นสุด ท่อนบนห่มผ้าสองชั้น โดยมีสไบจีบอยู่ด้านใน และห่มสะพักปักดิ้นทองทับด้านนอก คู่กับผ้านุ่งจีบยกทอง ใช้สำหรับงานพระราชพิธีหรืองานเลี้ยงระดับชาติ
โซนจัดแสดงนิทรรศการ 3 โซน เจาะลึกเรื่องราวพระราชกรณียกิจดารานิทรรศการที่ร้อยเรียงอย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ ได้แก่
โซนที่ 1: พระแม่แห่งการอนุรักษ์ – คืนลมหายใจให้แผ่นดินและสายน้ำ (Zone 1: The Mother of Conservation – Restoring the Breath of Life to Our Lands and Waters)

1.กรมชลประทาน (Royal Irrigation Department):
สัมผัสความชุ่มชื้นจาก “โครงการป่ารักน้ำ” ที่สะท้อนพระราชปณิธานในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ “AI Photo Booth” สุดล้ำ ที่ให้ท่านได้ถ่ายภาพที่ระลึก เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์สายน้ำแห่งแผ่นดิน
2.กรมพัฒนาที่ดิน (Land Development Department)
ชื่นชมโมเดลจำลองการอนุรักษ์ผิวดินและแหล่งน้ำ ที่สื่อให้เห็นถึงการพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้ง ให้กลับมาเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ สร้างความมั่นคงให้รากฐานของเกษตรกรไทย
โซนที่ 2: พระแม่แห่งการพัฒนา – ส่งเสริมสตรีและวิถีเกษตร
(Zone 2: The Mother of Development – Empowering Women and Agricultural Livelihoods)
3.กรมการข้าว (Rice Department)
ซึมซับเรื่องราวพระเมตตาผ่าน “โครงการศูนย์ฟาร์มตัวอย่าง” และการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง รวมถึง ข้าว GI (ข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ที่ไม่เพียงแต่อนุรักษ์สายพันธุ์ไทย แต่ยังสร้างรายได้และรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้แก่ชาวนา
4.กรมประมง (Department of Fisheries)
ตื่นตาตื่นใจกับ “ตู้จัดแสดงสาหร่ายทะเลมีชีวิต” อย่างสาหร่ายพวงองุ่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างอาชีพประมงทางเลือก ที่ช่วยต่อยอดทรัพยากรทางน้ำสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนชายฝั่ง
5.กรมปศุสัตว์ (Department of Livestock Development)
พบกับโมเดลจำลอง สัตว์พระราชทาน อาทิ หมูจินหัว และเป็ดอี้เหลียง ที่แสดงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในถิ่นทุรกันดาร
6.กรมส่งเสริมสหกรณ์ (Cooperative Promotion Department)
ตระการตากับงานหัตถศิลป์ ภายใต้แนวคิด “ศิลปาชีพบนแผ่นดินพระราชา” ชมความวิจิตรของการนำเส้นใยธรรมชาติอย่าง “ป่านศรนารายณ์” มาถักทอเป็นกระเป๋าและหมวกแฟชั่น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นรายได้ให้แก่กลุ่มสตรีไทย
โซนที่ 3: พระแม่แห่งความห่วงใย – ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อปวงประชา (Zone 3: The Mother of Care – Ensuring Food Security for All People)
7.กรมส่งเสริมการเกษตร (Department of Agricultural Extension)
เรียนรู้การขยายผลองค์ความรู้จาก ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ และความงดงามของหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ ที่สร้างความเบิกบานใจควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพที่มั่นคง
8.กรมวิชาการเกษตร (Department of Agriculture)
สัมผัสความก้าวหน้าทางวิชาการและงานวิจัย ที่น้อมนำพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและมาตรฐานอาหารปลอดภัยให้แก่คนไทยทั้งประเทศ
9.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. (Agricultural Land Reform Office – ALRO)
ชมความสำเร็จของการจัดสรรที่ดินทำกิน และความมหัศจรรย์ของการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาสร้างสรรค์เป็น งานศิลปะและหัวโขนจิ๋ว ซึ่งสะท้อนคุณค่าแห่งความพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริง
10.กรมหม่อนไหม (The Queen Sirikit Department of Sericulture)
ดื่มด่ำกับ นิทรรศการ 3 มิติสุดล้ำลึก ที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากเส้นไหมบนกี่ทอผ้า สู่พระหัตถ์ของสมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และผลักดัน “ผ้าไหมไทย” จนได้รับการยอมรับและยกย่องในระดับสากล
โซนร้านค้า ผลิตภัณฑ์สินค้าทางการเกษตร: รวบรวมของดี ของเด่น และสินค้าเกรดพรีเมียมจาก 6
หน่วยงานหลัก มาให้ท่านได้เลือกชมและเลือกช้อปกันอย่างจุใจ เพื่อเป็นการสนับสนุนรายได้สู่มือเกษตรกรไทยโดยตรง
โซนร้านค้า ผลิตภัณฑ์สินค้าทางการเกษตร



- บูธกรมการข้าว (Rice Department)
บูธของ กรมการข้าว ขอเชิญทุกท่านมาลิ้มรสและอุดหนุน “ข้าวอินทรีย์เป็นสุข” ซึ่งมีทั้งข้าวกล้องและข้าวเหนียวคุณภาพสูง โดยเฉพาะ “ข้าวเหนียว GI จากจังหวัดกาฬสินธุ์” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอม นุ่ม ทานอร่อยมากๆ ค่ะ นอกจากนี้ยังมี “ขนมข้าวพองอบกรอบ” ทานเพลินๆ ดีต่อสุขภาพ และพิเศษสุด! สำหรับท่านที่แวะมาที่บูธนี้ รับฟรีทันที “สบู่น้ำนมข้าว” หอมละมุน ที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณของท่านให้เนียนนุ่ม - บูธกรมส่งเสริมการเกษตร (Department of Agricultural Extension)
เอาใจคนรักต้นไม้และธรรมชาติ กับบูธ กรมส่งเสริมการเกษตร ที่ยกสวนกล้วยไม้ระดับส่งออกมาไว้กลางสยามพารากอน พบกับผลิตภัณฑ์จากกล้วยไม้สีสันสดใสจาก “บริษัท แอร์ออร์คิดส์” จะซื้อไปประดับบ้านหรือเป็นของขวัญก็ประทับใจผู้รับแน่นอน และความน่ารักของบูธนี้คือ มีการแจก “เมล็ดพันธุ์ผัก” คุณภาพดี ให้ท่านนำกลับไปปลูกเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวและความมั่นคงทางอาหารที่บ้าน - บูธกรมประมง (Department of Fisheries)
ใครที่มองหาของอร่อยคุณภาพดี ต้องแวะที่บูธ กรมประมง ท่านจะได้พบกับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปเกรดพรีเมียมจาก “Fishermen Shop” ซึ่งเป็นผลผลิตที่ส่งตรงจากกลุ่มพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านทั่วประเทศ การันตีความสด สะอาด ปลอดภัย และรสชาติอร่อยถูกปาก - บูธกรมปศุสัตว์ (Department of Livestock Development) สายนักชิมห้ามพลาด บูธ กรมปศุสัตว์ นำของอร่อยที่หาทานยากมากๆ มาเสิร์ฟถึงที่ นั่นคือ “หมูจินหัวแดดเดียว” และ “สลัดแฮมหมูจินหัว” ผลผลิตคุณภาพเยี่ยมส่งตรงจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งหมูจินหัวถือเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการส่งเสริมเพื่อสร้างอาชีพให้ราษฎรบนพื้นที่สูง และแวะบูธนี้ รับของแจกสุดคิวต์กลับบ้านไปเลย กับ “สบู่รูปสัตว์น่ารักๆ”
- บูธกรมส่งเสริมสหกรณ์ (Cooperative Promotion Department) สำหรับสายแฟชั่นรักษ์โลก เชิญที่บูธ กรมส่งเสริมสหกรณ์ มาชื่นชมและอุดหนุนผลงานศิลปาชีพชั้นสูง กับงานหัตถกรรมจักสานจาก “ป่านศรนารายณ์” ที่กลุ่มสตรีได้นำเส้นใยธรรมชาติมาถักทอและดีไซน์ออกมาเป็น กระเป๋า หมวก และรองเท้า ที่มีความสวยงาม ทันสมัย แข็งแรงทนทาน และสะท้อนถึงภูมิปัญญาที่ถูกนำมาต่อยอดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- บูธกรมหม่อนไหม (The Queen Sirikit Department of Sericulture) ปิดท้ายความวิจิตรตระการตาที่บูธ กรมหม่อนไหม ท่านสามารถเลือกชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยแท้ ที่ได้รับการการันตีมาตรฐานจาก “Thai Silk Shop” รวมถึงชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบที่ตัดเย็บอย่างประณีต และสำหรับผู้ที่รักสวยรักงาม ทางกรมมี “รังไหมสครับหน้า” มาแจกฟรี! เพื่อให้ท่านได้นำเคล็ดลับผิวสวยเนียนละเอียดแบบฉบับสตรีไทยโบราณกลับไปใช้ที่บ้าน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ การแสดงที่น่าสนใจ และเลือกซื้อสินค้า อาหารและผลิตภัณฑ์คุณภาพมากมายระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 11:00-22:00 น. ณ ลาน Parc Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้ง ร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจที่สำคัญให้คงอยู่สืบไป

