ธุรกิจ-ตลาด

อว. เปิดตัว “ TILSNA ” ชูบทบาทกลไกยุทธศาสตร์ชาติขับเคลื่อนชีววิทยาศาสตร์และการแพทย์ไทย ก้าวข้ามผู้ให้ทุนสู่ผู้สร้างระบบนิเวศ Life Sciencesดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

อว. เปิดตัว “ TILSNA ” ชูบทบาทกลไกยุทธศาสตร์ชาติ
ขับเคลื่อนชีววิทยาศาสตร์และการแพทย์ไทย ก้าวข้ามผู้ให้ทุนสู่ผู้สร้างระบบนิเวศ Life Sciences
ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน TILSNA Open Day “The New Era of Thailand’s Life Sciences” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ และเปิดสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TILSNA อย่างเป็นทางการ

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ กล่าวแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TILSNA ก้าวสู่บทบาทกลไกสำคัญของประเทศ

เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ การแพทย์และสุขภาพ ตลอดจนเชื่อมโยงนักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม

นักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายระดับนานาชาติ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในระดับสากล พร้อมระบุถึง 7 นโยบายสำคัญที่เคยมอบให้แก่คณะกรรมการและผู้บริหารของ TILSNA ได้แก่

  • มุ่งเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียง “ผู้ให้ทุนวิจัย” สู่การเป็น “ผู้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม” เพื่อผลักดันงานวิจัยขั้นปลายน้ำสู่เชิงพาณิชย์ และตั้งเป้าปั้นยูนิคอร์นด้านสุขภาพของไทย
  • นโยบายที่มุ่งตอบโจทย์ความท้าทายระดับชาติทางชีววิทยาศาสตร์ โดยให้ TILSNA เป็นเจ้าภาพหลัก ในการกำหนดโจทย์วิจัยที่มีเป้าหมายชัดเจน
  • นโยบายที่เน้นการส่งเสริมสตาร์ทอัพ ให้ก้าวข้าม Valley of Death
  • การต่อยอดธุรกิจ
  • การเป็น One-stop Service เชื่อมโยงโรงเรียนแพทย์กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย
  • นโยบายการจัดทำธนาคารชีวภาพระดับชาติ (National Biobank) และแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ (Big Data) ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
  • นโยบายในการทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพเชิงรุก ดึงดูดการลงทุน และสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายระดับโลก

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันท์ กล่าวว่า TILSNA จะเป็นพลังสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ของประเทศให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนคนไทย ตามแนวคิดที่ว่า “สุขภาพยั่งยืน” คือ ประชาชนต้องมีสุขภาพที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และขอให้การทำหน้าที่ของ TILSNA นับจากนี้ไป ประสบความสำเร็จ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน และเปลี่ยนผ่านบทบาทของประเทศไทย สู่การเป็นผู้นำตลาดบนเวทีระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“การจัดงาน Open House ในวันนี้ ต้องขอชื่นชมคณะกรรมการและผู้อำนวยการที่จัดให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Matching) ซึ่งนี่คือหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้ทุนสนับสนุนเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เติมเต็มระบบนิเวศการทำงานวิจัยและการเป็นผู้ประกอบการด้าน Life Science พร้อมทั้งช่วยเชื่อมโยงภาคเอกชนเข้ากับหน่วยงานให้ทุนอื่น ๆ ของกระทรวง อว. ได้อย่างครบวงจร”

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.ยังได้เปิดเผยถึงเหตุผลสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้าน Life Science ว่า เป็นเพราะประเทศไทยมีต้นทุนและทรัพยากรพื้นฐานที่ดีมาก ทั้งในด้านระบบสาธารณสุข การทดลองทางคลินิก รวมถึงทุนมนุษย์ที่มีนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ที่เก่งเป็นจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้น ไทยยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ที่สูงมาก ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดผลิตเป็นเครื่องมือแพทย์ ยา และสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนก้อนใหม่เข้าสู่ประเทศ

“การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ในการทำวิจัยเชิงคลินิก จะช่วยดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่และวิทยาการระดับโลกเข้ามา ตลอดจนดึง Talent หรือคนเก่ง ๆ จากทั่วโลกให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกเหนือจากโครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบัน” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันท์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การจัดตั้งสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) มีผลเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์ให้ TILSNA เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์หลักของประเทศ ในการขับเคลื่อนและยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences) ตลอดห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ของประเทศ เพื่อเร่งรัดในการยกระดับและเสริมแกร่งให้นวัตกรรมด้าน Life Sciences ไทย แข่งขันได้ในระดับสากล